director1

สายตรงผู้บริหาร
โทร. 08 5695 0732
แจ้งทางอีเมล์

มกราคม 2021
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

เว็บบอร์ด อบต.ป่าพลู

ลิงค์แนะนำ

กระทรวงมหาดไทย
กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น
สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน
เว็บไซต์จังหวัดลำพูน
เที่ยวทั่วลำพูน
สหกรณ์ออมทรัพย์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจำกัด
สำนักงานประกันสังคมจังหวัดลำพูน
ศูนย์ข้อมูลอาเซียนจังหวัดลำพูน
ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำพูน
ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลำพูน
สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำพูน
ร้องเรียนร้องทุกข์ สำนักนายกรัฐมนตรี
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
การรับฟังความคิดเห็นทางด้านกฎหมายไทย
โรงพยาบาลลำพูน
มาตรฐานการบริหารและการบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

เหตุด่วนเหตุร้ายแจ้ง 191
โรงพักบ้านโฮ่ง 

053-591492

อุบัติเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินแจ้ง
1669
โรงพยาบาลบ้านโฮ่ง
053-591505
053-550444

กู้ชีพกู้ภัย อบต.ป่าพลู
แจ้งเหตุไฟไหม้
053-096062

          ถ้ำหลวงผาเวียง   เป็นถ้ำที่มีโพรงคูหาขนาดใหญ่   และลึกเข้าไปในภูเขาเป็นระยะทางที่ยาวตามแนวภูเขาภายในถ้ำมีช่องชั้นคูหามากมาย  มีหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ  งอกย้อยลงมาเป็นรูปต่างๆ ตามธรรมชาติ ที่วิจิตรงดงามตระการตาสุดที่จะพรรณนาได้  ยามสะท้อนแสงไฟหินย้อยดังกล่าวจะให้แสงวาววับระยับประดุจดังมณี      อันล้ำค่า    ถ้ำหลวงแห่งนี้อยู่ที่ว่าภูเขาด้านใต้ของอำเภอบ้านโฮ่ง  ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลป่าพลู  อยู่ห่างจากที่ว่าอำเภอบ้านโฮ่ง   ไปตามถนนสายบ้านโฮ่ง –ลี้  ( ถนนหมายเลข  106  ช่วงบ้านโฮ่ง –ลี้ )  ไปทางทิศใต้ประมาณ  15  กิโลเมตร อยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 101-102  แล้วจะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2.8  กิโลเมตร ถ้ำหลวงแห่งนี้มีทั้งหมด 9 ห้องด้วยกันดังนี้

ห้องที่  1. ลานรมณีย์  เป็นห้องกว้างมีแสงสว่างจากปากถ้ำส่องถึงมีมุมสำหรับพักผ่อนอิริยาบถ  บริเวณลานนี้ประกอบด้วย  หินงอกหินย้อยตามมุมต่างๆ  เป็นสัดส่วนอย่างสวยงาม  ถึง  6  แห่ง  ได้แก่


1.โคมเพชรระย้า  เป็นหินงอกจากผนังถ้ำคล้ายรูปโคมไฟห้อยย้อยลงมาราวระย้าเพชร


2.พฤษาจำหลัก  เป็นเสาหินเชื่อมระหว่างพื้นถ้ำกับปากถ้ำ  เป็นรูปต้นไม้และภูเขาที่สลับซับซ้อนราวกับประติมากรรมแกะสลัก

 


3.ปักษีไอยรา  เป็นหินย้อยจากเพดานถ้ำถึงพื้นถ้ำโดดเด่นอยู่กลางห้อง  มองเห็นเป็นรูปตามจิตนาการ  ด้านหน้ามองคล้ายรูป  นกอินทรีย์กางปีก  ส่วนด้านข้างเป็นรูปช้าง


4.พุทธาสถาน  ตรงลานติดผนังถ้ำด้านหนึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนแท่นหิน  สำหรับนักท่องเที่ยวได้สักการบูชา


5.ปราการผาเวียง  ผนังถ้ำด้านตรงข้ามพระพุทธรูปจะเป็นแผ่นหินงอกหินย้อยสลับซับซ้อนมองดูราวกำแพงเมืองที่รายล้อมปราสาทราชวังไว้  สวยงามมาก


6.เสลี่ยงปทุมา  เป็นแห่งสุดท้ายของห้องที่  1  มีหินงอกขนาดมหึมา  รูปดอกไม้ตั้งอยู่บนแท่นหินสี่เหลี่ยม  ดูพิสดารยิ่งนัก


 

ห้องที่  2. อัคนีโขดเขิน  ห้องนี้เป็นบริเวณหุบเหว    ที่มีร่องรอยการพังทลายของหินงอกหินย้อย  มีมุมที่สวยงาม  อยู่  3  แห่ง  ได้แก่

1.เชิงผาหิมพานต์  อยู่บริเวณผนังถ้ำระดับเหนือศีรษะมีหินย้อยเป็นรูปหน้าผาและป่าไม้ที่สลับซับซ้อนราวกับเทพนิยาย


2.ลำธารเกล็ดแก้ว  ตรงผนังถ้ำที่ติดกันเป็นรูปธารน้ำตก ซึ่งมีหินกากเพชรไหลเป็นทางระยิบระยับราวกับเกล็ดแก้ว


3.แวววาวรัตนา  เป็นจุดสุดท้ายของห้องที่  2  มองดูเป็นภูเขาเล็กๆ  ที่ขาวโพรนไปด้วยกากเพชรยามถูกไฟกระทบ  จะส่องประกายแวววาว


ห้องที่  3. เนินไศลงามตา  ห้องนี้เป็นเนินดินสลับกับก้อนหินตั้งตระหง่านกลางถ้ำมีมุมสวยงาม  1  แห่ง  คือ  มยุราภิรมย์  เป็นรูปนกอยู่บนชะง่อนผา


ห้องที่  4. คูหาวิสูตร  เป็นห้องใต้ดินกว้าง  เพดานต่ำมีความสวยงามตรงเพดานถ้ำที่เป็นชั้นๆลดหลั่นคล้ายผ้าม่าน  ด้านในสุดของห้องเป็นแท่นหินในมุมสงบ  เล่ากันว่าเป็นที่บำเพ็ญพรตของฤาษี  จึงมีชื่อว่า  “อาศรมฤาษี”


 

ห้องที่  5. อุทยานหินวิไล  ห้องนี้เป็นเนินหินที่มีหยดน้ำจากเพดานถ้ำค่อนข้างต่ำซึ่งหยดอยู่ตลอดเวลาจนพื้นถ้ำที่น้ำหยดนั้นเป็นหินงอกตะปุมตะป่ำเต็มไปหมด  ดูคล้ายดอกเห็ดหรือดอกไม้สวยงามมาก  ห้องนี้มีมุมสวยงามอยู่สามแห่ง  ซ่อนอยู่ในหลืบผนังถ้ำ  ได้แก่


1.เทวีวิมาน  ตรงผนังถ้ำสูงขึ้นไปเหนือศีรษะมีเชิงผายื่นออกมาคล้ายวิมานสวรรค์

 


2.ม่านภูผา  บริเวณถัดมาเป็นผนังถ้ำที่โปร่งคล้ายลายฉลุ  เป็นรูปผ้าม่านงดงามมาก


3.ธาราหยาดเพชร  ด้านหลังผ้าม่านเป็นโขดหินขาวสะอาดไหลเป็นลำธารกากเพชร  สวยระยิบระยับจับตา


ห้องที่  6. อุ่นไอทิพย์ธาณี  ห้องนี้เป็นห้องโถงกว้างใหญ่และโล่งที่สุดมีความแปลกและมหัศจรรย์ยิ่งนัก  คือจะมีไอหมอกบางๆ  ลอยอยู่เต็มห้องขณะเดินเข้าไปจะรู้สึกคล้ายถูกอบด้วยไอน้ำ  มีมุมที่น่าสนใจคือ  จะเห็นการเกิดของหินงอกหินย้อยอย่างชัดเจนที่หินปูนหยดจากเพดานข้างบนลงมาด้านล่างก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ  ตลอดเวลานับศตวรรษสมกับที่ชื่อก้องเก็จกาลเวลา

 

ห้องที่  7. ชลธีเจิดจรัส  ห้องนี้เป็นห้องโถงที่มีทางเดินรอบๆห้องตรงกลางห้องจะมีหินสวยงามเป็นรูปต่างๆ  อยู่หลายมุมได้แก่  หินรูปเต่า  รูปหอย  ฯลฯ  ( ห้องนี้ยังไม่ได้เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการ )

 

ห้องที่  8. สมบัติอัมรินทร์  เป็นห้องตามตำนานเล่าขานของถ้ำผาเวียงว่าเดิมใช้เก็บสมบัติ  ถ้วย  โถ  ชาม  ที่ให้ชาวบ้านยืมไปใช้ในงานบุญแต่ชาวบ้านไม่มีความซื่อสัตย์  ห้องนี้จึงถูกปิดด้วยดินและก้อนหิน  ด้านสุดของผนังห้องมีร่องรอยคล้ายถูกดินทับมีทางแคบๆ  หายลึกเข้าไป  ( ห้องนี้ยังไม่ได้เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการ )


 

ห้องที่  9. ดอยดินแดนสวรรค์  ห้องนี้เป็นห้องที่แปลกอีกห้องหนึ่ง  คือ  พื้นถ้ำนั้นค่อนข้างขึ้นสูงชันขึ้นคล้ายเป็นภูเขา  แต่เป็นภูเขาดิน  ที่มีดินพังลงมาจากเพดานถ้ำ  ในส่วนที่สูงสุดและมีรายชะของน้ำไหลเป็นทาง    (  ห้องนี้ยังไม่ได้เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการ  )