ถ้ำหลวงผาเวียง

          ถ้ำหลวงผาเวียง   เป็นถ้ำที่มีโพรงคูหาขนาดใหญ่   และลึกเข้าไปในภูเขาเป็นระยะทางที่ยาวตามแนวภูเขาภายในถ้ำมีช่องชั้นคูหามากมาย  มีหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติ  งอกย้อยลงมาเป็นรูปต่างๆ ตามธรรมชาติ ที่วิจิตรงดงามตระการตาสุดที่จะพรรณนาได้  ยามสะท้อนแสงไฟหินย้อยดังกล่าวจะให้แสงวาววับระยับประดุจดังมณี      อันล้ำค่า    ถ้ำหลวงแห่งนี้อยู่ที่ว่าภูเขาด้านใต้ของอำเภอบ้านโฮ่ง  ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลป่าพลู  อยู่ห่างจากที่ว่าอำเภอบ้านโฮ่ง   ไปตามถนนสายบ้านโฮ่ง –ลี้  ( ถนนหมายเลข  106  ช่วงบ้านโฮ่ง –ลี้ )  ไปทางทิศใต้ประมาณ  15  กิโลเมตร อยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 101-102  แล้วจะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2.8  กิโลเมตร ถ้ำหลวงแห่งนี้มีทั้งหมด 9 ห้องด้วยกันดังนี้

ห้องที่  1. ลานรมณีย์  เป็นห้องกว้างมีแสงสว่างจากปากถ้ำส่องถึงมีมุมสำหรับพักผ่อนอิริยาบถ  บริเวณลานนี้ประกอบด้วย  หินงอกหินย้อยตามมุมต่างๆ  เป็นสัดส่วนอย่างสวยงาม  ถึง  6  แห่ง  ได้แก่

1.โคมเพชรระย้า  เป็นหินงอกจากผนังถ้ำคล้ายรูปโคมไฟห้อยย้อยลงมาราวระย้าเพชร

2.พฤษาจำหลัก  เป็นเสาหินเชื่อมระหว่างพื้นถ้ำกับปากถ้ำ  เป็นรูปต้นไม้และภูเขาที่สลับซับซ้อนราวกับประติมากรรมแกะสลัก

3.ปักษีไอยรา  เป็นหินย้อยจากเพดานถ้ำถึงพื้นถ้ำโดดเด่นอยู่กลางห้อง  มองเห็นเป็นรูปตามจิตนาการ  ด้านหน้ามองคล้ายรูป  นกอินทรีย์กางปีก  ส่วนด้านข้างเป็นรูปช้าง

4.พุทธาสถาน  ตรงลานติดผนังถ้ำด้านหนึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนแท่นหิน  สำหรับนักท่องเที่ยวได้สักการบูชา

5.ปราการผาเวียง  ผนังถ้ำด้านตรงข้ามพระพุทธรูปจะเป็นแผ่นหินงอกหินย้อยสลับซับซ้อนมองดูราวกำแพงเมืองที่รายล้อมปราสาทราชวังไว้  สวยงามมาก

6.เสลี่ยงปทุมา  เป็นแห่งสุดท้ายของห้องที่  1  มีหินงอกขนาดมหึมา  รูปดอกไม้ตั้งอยู่บนแท่นหินสี่เหลี่ยม  ดูพิสดารยิ่งนัก

ห้องที่  2. อัคนีโขดเขิน  ห้องนี้เป็นบริเวณหุบเหว    ที่มีร่องรอยการพังทลายของหินงอกหินย้อย  มีมุมที่สวยงาม  อยู่  3  แห่ง  ได้แก่

1.เชิงผาหิมพานต์  อยู่บริเวณผนังถ้ำระดับเหนือศีรษะมีหินย้อยเป็นรูปหน้าผาและป่าไม้ที่สลับซับซ้อนราวกับเทพนิยาย

2.ลำธารเกล็ดแก้ว  ตรงผนังถ้ำที่ติดกันเป็นรูปธารน้ำตก ซึ่งมีหินกากเพชรไหลเป็นทางระยิบระยับราวกับเกล็ดแก้ว

3.แวววาวรัตนา  เป็นจุดสุดท้ายของห้องที่  2  มองดูเป็นภูเขาเล็กๆ  ที่ขาวโพรนไปด้วยกากเพชรยามถูกไฟกระทบ  จะส่องประกายแวววาว

ห้องที่  3. เนินไศลงามตา  ห้องนี้เป็นเนินดินสลับกับก้อนหินตั้งตระหง่านกลางถ้ำมีมุมสวยงาม  1  แห่ง  คือ  มยุราภิรมย์  เป็นรูปนกอยู่บนชะง่อนผา

ห้องที่  4. คูหาวิสูตร  เป็นห้องใต้ดินกว้าง  เพดานต่ำมีความสวยงามตรงเพดานถ้ำที่เป็นชั้นๆลดหลั่นคล้ายผ้าม่าน  ด้านในสุดของห้องเป็นแท่นหินในมุมสงบ  เล่ากันว่าเป็นที่บำเพ็ญพรตของฤาษี  จึงมีชื่อว่า  “อาศรมฤาษี”

ห้องที่  5. อุทยานหินวิไล  ห้องนี้เป็นเนินหินที่มีหยดน้ำจากเพดานถ้ำค่อนข้างต่ำซึ่งหยดอยู่ตลอดเวลาจนพื้นถ้ำที่น้ำหยดนั้นเป็นหินงอกตะปุมตะป่ำเต็มไปหมด  ดูคล้ายดอกเห็ดหรือดอกไม้สวยงามมาก  ห้องนี้มีมุมสวยงามอยู่สามแห่ง  ซ่อนอยู่ในหลืบผนังถ้ำ  ได้แก่

1.เทวีวิมาน  ตรงผนังถ้ำสูงขึ้นไปเหนือศีรษะมีเชิงผายื่นออกมาคล้ายวิมานสวรรค์

2.ม่านภูผา  บริเวณถัดมาเป็นผนังถ้ำที่โปร่งคล้ายลายฉลุ  เป็นรูปผ้าม่านงดงามมาก

3.ธาราหยาดเพชร  ด้านหลังผ้าม่านเป็นโขดหินขาวสะอาดไหลเป็นลำธารกากเพชร  สวยระยิบระยับจับตา

ห้องที่  6. อุ่นไอทิพย์ธาณี  ห้องนี้เป็นห้องโถงกว้างใหญ่และโล่งที่สุดมีความแปลกและมหัศจรรย์ยิ่งนัก  คือจะมีไอหมอกบางๆ  ลอยอยู่เต็มห้องขณะเดินเข้าไปจะรู้สึกคล้ายถูกอบด้วยไอน้ำ  มีมุมที่น่าสนใจคือ  จะเห็นการเกิดของหินงอกหินย้อยอย่างชัดเจนที่หินปูนหยดจากเพดานข้างบนลงมาด้านล่างก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ  ตลอดเวลานับศตวรรษสมกับที่ชื่อก้องเก็จกาลเวลา

 

ห้องที่  7. ชลธีเจิดจรัส  ห้องนี้เป็นห้องโถงที่มีทางเดินรอบๆห้องตรงกลางห้องจะมีหินสวยงามเป็นรูปต่างๆ  อยู่หลายมุมได้แก่  หินรูปเต่า  รูปหอย  ฯลฯ  ( ห้องนี้ยังไม่ได้เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการ )

 

ห้องที่  8. สมบัติอัมรินทร์  เป็นห้องตามตำนานเล่าขานของถ้ำผาเวียงว่าเดิมใช้เก็บสมบัติ  ถ้วย  โถ  ชาม  ที่ให้ชาวบ้านยืมไปใช้ในงานบุญแต่ชาวบ้านไม่มีความซื่อสัตย์  ห้องนี้จึงถูกปิดด้วยดินและก้อนหิน  ด้านสุดของผนังห้องมีร่องรอยคล้ายถูกดินทับมีทางแคบๆ  หายลึกเข้าไป  ( ห้องนี้ยังไม่ได้เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการ )

ห้องที่  9. ดอยดินแดนสวรรค์  ห้องนี้เป็นห้องที่แปลกอีกห้องหนึ่ง  คือ  พื้นถ้ำนั้นค่อนข้างขึ้นสูงชันขึ้นคล้ายเป็นภูเขา  แต่เป็นภูเขาดิน  ที่มีดินพังลงมาจากเพดานถ้ำ  ในส่วนที่สูงสุดและมีรายชะของน้ำไหลเป็นทาง    (  ห้องนี้ยังไม่ได้เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการ  )